
ชวนมาทำความรู้จักหน้าที่ และระบบงาน บล. ก่อนเริ่มลงทุนกัน ว่า
- บล. คือใคร? บทบาทหน้าที่ของบล. ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์เป็นอย่างไร?
- รู้จักระบบงานของ บล. ว่ามีโครงสร้างอย่างไร?
- รู้จัก มาตรการป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของ บล. และเทคนิคดี ๆ ในการพิจารณาเลือก บล. ความรู้ดีๆ ที่ช่วยให้ลงทุนได้อย่างมั่นใจ
บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ เช่น นายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ ค้าหลักทรัพย์ จัดจำหน่ายหลักทรัพย์ ที่ปรึกษาการลงทุน เป็นต้น โดยอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ก.ล.ต. บทบาทหน้าที่ของ บล. ในการเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ หรือ Broker ที่มีต่อผู้ลงทุน
- เป็นตัวกลางระหว่างผู้ลงทุนกับตลาดหลักทรัพย์ เพื่อรับส่งคำสั่งซื้อ–ขายหลักทรัพย์ ไปยังระบบของตลาดหลักทรัพย์ ซึ่งผู้ลงทุนต้อง “เปิดบัญชี” กับ บล. ก่อน และจ่ายค่าคอมมิชชั่น ค่าธรรมเนียม ฯลฯ ตามสัญญาที่ตกลงกัน
- ในการติดต่อกับผู้ลงทุน บล.ต้องทำความรู้จักและประเมินระดับการยอมรับความเสี่ยงของผู้ลงทุน ผ่านกระบวนการ Know Your Customer (KYC) และ Suitability Test เพื่อให้คำแนะนำการลงทุนและผลิตภัณฑ์ที่สอดคล้องกับประเภทและความเสี่ยงของผู้ลงทุน
- บล. ต้องมีมาตรฐานในการประกอบธุรกิจตามเกณฑ์ที่กำหนด เช่น มีการแยกทรัพย์สินของลูกค้า มีการดำรงเงินกองทุน มีระบบงานที่จัดการความเสี่ยงและป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์
- บล. อาจมีการให้บริการอื่นๆ เช่น การยืมและการให้ยืมหลักทรัพย์ (SBL) การรับฝากทรัพย์สิน การจัดทำบทวิเคราะห์ การจัดสัมมนาให้ความรู้แก่ผู้ลงทุน
“บล. ต้องดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบตามหลักการ Responsible Business เพื่อลูกค้าได้รับผลประโยชน์จากการลงทุนที่ดีที่สุด (Best Investment Outcomes) มีความซื่อสัตย์สุจริต ใช้ความรู้ความสามารถเยี่ยงผู้ประกอบวิชาชีพ (Fiduciary Duty) และคำนึงถึงผลประโยชน์ของลูกค้าเป็นสำคัญ (Putting Investor First)”
บล. มีโครงสร้างองค์กร ระบบงาน บุคลากรที่เหมาะสม มีมาตรฐานการให้บริการลูกค้า มีการบริหารจัดการความเสี่ยง การป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์และการใช้ข้อมูลภายใน โดยระบบงานของบริษัทหลักทรัพย์ แบ่งเป็น Front Office และ Back Office ดังนี้
Front Office (ส่วนหน้าในการติดต่อและให้บริการลูกค้า):
- เปิดบัญชี ทำ KYC เพื่อจัดประเภทผู้ลงทุน และให้คำแนะนำโดย IC/IP ตามความเสี่ยงที่รับได้
- รับคำสั่งซื้อขายผ่านช่องทางของ บล. และยืนยันรายการแก่ผู้ลงทุน
Back Office: มีระบบงานหลักๆ เช่น
- ระบบการบริหารจัดการความเสี่ยง คือ ฝ่ายบริหารความเสี่ยง (Risk Management) กำหนดมาตรการป้องกัน จัดการความเสี่ยง และบริหารความเสี่ยงของบริษัท/ผลิตภัณฑ์
- ระบบการดูแลทรัพย์สินลูกค้า คือ ฝ่ายชำระราคาและส่งมอบหลักทรัพย์ (Settlement) มีระบบการรับและส่งมอบทรัพย์สินของลูกค้า และจัดเก็บหลักฐานการทำธุรกรรม
- ระบบงานในการกำกับดูแลการปฏิบัติงาน คือ ฝ่ายกำกับและควบคุม (Compliance) ดูแลการดำเนินงานของบริษัทและพนักงานให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ จรรยาบรรณ และนโยบายที่กำหนด
- ระบบการจัดการและจัดเก็บข้อมูล คือ ฝ่ายปฏิบัติการข้อมูลลูกค้า (Operation) ดูแลระบบการจัดการ และจัดเก็บข้อมูลการเปิดบัญชีลูกค้า และหลักฐานประกอบธุรกิจ
- ระบบตรวจสอบและควบคุมภายใน คือ ฝ่ายตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ประเมินประสิทธิภาพ สอบทานความถูกต้อง ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎระเบียบ
- ระบบงานเพิ่มเติม คือ ฝ่ายวิเคราะห์การลงทุนในผลิตภัณฑ์ตลาดทุน (Research) จะให้บริการข้อมูล บทวิเคราะห์การลงทุน
รู้จักการป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ของบริษัทหลักทรัพย์
1. มีการจัดโครงสร้างองค์กรเพื่อป้องกันและจัดการความขัดแย้งทางผลประโยชน์ คือ
- การแยกส่วนปฏิบัติงานระหว่าง Front Office และ Back Office ป้องกันการล่วงรู้ข้อมูล (Segregation of Duties)
- แบ่งแยกพื้นที่การปฏิบัติงานของหน่วยงานด้านการลงทุนออกจากหน่วยงานอื่น เพื่อป้องกันความขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Chinese Wall)
2. มีการบริหารจัดการและจำกัดการใช้ข้อมูลภายใน
- เพื่อป้องกันการซื้อขายหรือทำธุรกรรมที่น่าจะเอาเปรียบต่อผู้ลงทุนทั่วไป (Insider Trading)
- ป้องกันการทำธุรกรรมเพื่อประโยน์ตนเองหรือบุคคลอื่น ก่อนดำเนินการเพื่อลูกค้า (Front Running)
- เพื่อป้องกันการเอาเปรียบ โดยนำข้อมูลการซื้อขำยของลูกค้ามาใช้หาผลประโยชน์ส่วนตัวของพนักงาน และการถ่ายเทผลประโยชน์จากการซื้อขายของพนักงาน
ตัวอย่างมาตรการ : มีการกำหนด Access Person ในการใช้ข้อมูลภายใน มีระบบการเก็บรักษาข้อมูล มีการจัดทำบัญชีรายชื่อหุ้นเฝ้าระวัง (Watch List) และ ห้ามซื้อขาย (Restricted List)
“นอกจากนี้ บล. ต้องเปิดเผยข้อมูลการทำธุรกรรมที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ที่สามารถทำได้ตามหลักเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด เช่น การเปิดเผยไว้ในบทวิเคราะห์ของ บล. ว่า นอกจากเป็นผู้ประเมินมูลค่าหลักทรัพย์ ของ บมจ. ตามบทวิเคราะห์แล้ว ยังทำหน้าที่เป็นผู้จัดจำหน่ายหุ้นให้แก่ บมจ. ดังกล่าวด้วยเช่นกัน เพื่อให้ผู้ลงทุนได้ใช้วิจารณญาณประกอบการตัดสินใจ เป็นต้น”
6 เทคนิคในการพิจารณาเลือกบล.
1. เลือกใช้บริการ บล. ที่ได้รับอนุญาตจากทางการ
- อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและมีมาตรการคุ้มครองผู้ลงทุน
- ตรวจสอบ บล. ที่ได้รับใบอนุญาตจาก แอปพลิเคชั่น SEC Check First
2. ตรวจสอบฐานะการเงินของ บล. เพื่อดูความมั่นคงเพียงพอที่จะดูแลเงินและสินทรัพย์ของลูกค้าในช่วงตลาดผันผวน
- งบการเงินย้อนหลัง 3 ปี และอัตราส่วนทุนต่อสินทรัพย์
- อัตราเงินกองทุนสภาพคล่องสุทธิ (Net Capital Ratio: NCR) ในรายงานประจำปีของแต่ละ บล. ซึ่งต้องเป็นไปตามเกณฑ์ที่ ก.ล.ต. กำหนด
3. พิจารณา “ค่าธรรมเนียม” ให้สอดคล้องกับสไตล์การลงทุน
4. พิจารณา “แพลตฟอร์ม” ที่ บล. ให้บริการว่าใช้งานง่ายและรองรับฟีเจอร์ที่ต้องการหรือไม่
5. บริการเสริมที่ให้สอดคล้องกับความต้องการ เช่น บทวิเคราะห์, การให้คำแนะนำและแก้ไขปัญหาที่รวดเร็ว
6. ผลิตภัณฑ์ที่ บล. เสนอขาย สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ และระดับความเสี่ยงการลงทุนที่รับได้
**รู้หรือไม่ -> บริษัทหลักทรัพย์ จะมีหน่วยงานรับเรื่องร้องเรียนที่เกี่ยวข้องภายในบริษัท หากไม่ได้รับการแก้ไข สามารถร้องเรียนต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)
************************************